สรุป

            ทางด่วนข้อมูล มิใช่จินตนาการอันเพ้อฝันแห่งยุคสมัย หากแต่เป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้แล้วทั้งทาง

เทคโนโลยีและทางเศรษฐกิจ ทางด่วนข้อมูลจะเหมาะกับสังคมไทยแค่ไหน คือโจทย์สำคัญที่สังคมไทยจะต้องเริ่ม

คิดหาคำตอบ และหาความเห็นพ้องกันในเร็ววัน เพราะทางด่วนข้อมูลที่พึงปรารถนาจะไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

แต่จะต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของนักวางแผน ผู้บริหาร นักวิชาการ และความเข้าใจของสาธารณชนไทย

            นักวิจัยได้กล่าวถึงความเชื่อพื้นฐานต่อเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ และได้เสนอกรอบในการ

วิจัยเพื่อสร้างและประยุกต์ใช้ทางด่วนข้อมูลในประเทศไทย 2 กรอบสัมพันธ์คือ กรอบการหลอมรวมสื่อ ซึ่งใช้ในการ

สังเคราะห์รูปลักษณ์ของทางด่วนข้อมูลที่พึงปรารถนาของประเทศไทย และกรอบสมานุภาพ ซึ่งใช้ในการกำหนด

บทบาทที่เหมาะสมของภาคต่าง ๆ ในสังคมซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ได้ผลประโยชน์และเกี่ยวข้องโดยตรงกับทางด่วนข้อมูล

คือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ดังนั้นผู้วิจัยได้สังเคราะการสร้างและประยุกต์ใช้ทางด่วนข้อมูลใน

ประเทคไทย ดังนี้

            ด้านการเลือกเทคโนโลยี ผู้วิจัยเสนอให้ใช้ใยแก้วนำแสง ในการสร้างเครือข่ายหลักของทางด่วนข้อมูลของ

ประเทศในรูปเครือข่ายบริการร่วมระบบดิจิตอลแบบช่องสัญญาณกว้าง (B-ISDN) และใช้เครือข่ายจากเทคโนโลยี

อื่นประกอบเป็นเครือข่ายเสริม แนวความคิดในเทคโนโลยีดังกล่าว มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้การสื่อสารบนทาง

ด่วนข้อมูล สามารถสื่อสารข้อมูลแบบมัลติมีเดีย และสามารถโต้ตอบแบบสมมาตรสองทิศทางได้

            ในขอบเขตของการวางเครือข่าย ผู้วิจัยเสนอให้มีการสร้างทางด่วนข้อมูลเพื่อให้บริการอย่างทั่วถึง โดยตีความ

หมายของการให้บริการอย่างทั่วถึงว่า คือการสร้างเครือข่ายให้เข้าถึงบริเวณต่าง ๆ ในเขตเมืองและหมู่บ้านทุกหมู่

บ้านในเขตชนบท กล่าวโดยภาษาเครือข่ายการสื่อสารแล้ว ข้อเสนอของเราคือ ให้สร้างเครือข่ายใยแก้วนำแสงเข้าสู่

หัวถนน (Fiber-To-The-Curb : FTTC) ในบริเวณกรุงเทพมหานครตลอดจนเมืองใหญ่ต่าง ๆและสร้างเครือข่ายใย

แก้วนำแสงเข้าสู่บริเวณชุมชน (Fiber-To-The-Zone : FTTZ) ในเขตชนบท

            ในด้านการให้บริการ ผู้วิจัยเสนอให้ใช้ทางด่วนข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะ

แนวทางการประยุกต์ใช้ทางด่วนข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจะได้ผลดีที่สุดเมื่อดำเนินการควบคู่ไปกับการปรับปรุง

โครงสร้างสังคมไปในแนวทางที่เอื้ออำนวยกับการให้บริการประชาชน ตลอดจนการสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตย

ที่มีความเสมอภาค และมีประสิทธิภาพพอที่จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้

            ในด้านกระบวนการนำทางด่วนข้อมูลเข้ามาใช้ในสังคมไทย ผู้วิจัยเสนอว่า ควรสร้างความเห็นพ้องของสังคม

โดยผ่านกระบวนการอย่างโปร่งใส และเปิดกว้างรับความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ เช่น กระบวนการประชาพิจารณ์

             นอกจากนี้ ก่อนการดำเนินการสร้างและให้บริการทางด่วนข้อมูล ควรจัดให้มีการทดลองอย่างรอบด้านทั้งการทดลอง

ทางเทคโนโลยี และการทดลองในสังคม ทั้งนี้เพื่อการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสามารถคาดคะเนปัญหาทางสังคม

ที่จะเกิดขึ้น และเพื่อแสวงหาเงื่อนไขตลอดจนกฎเกณฑ์ในการประยุกต์ใช้ที่สังคมยอมรับได้ในด้านการป้องกัน

แก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้วิจัยได้ใช้กรอบสมานุภาพ ในการกำหนดบทบาทที่เหมาะสมของภาครัฐ ภาคธุรกิจ

เอกชน และภาคประชาชน โดยสรุป ภาครัฐมีบทบาทในการริเริ่มเพื่อสร้างความเห็นพ้องของสังคมในการสร้าง

ทางด่วนข้อมูล สนับสนุนภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนเพื่อให้บริหารบนทางด่วนข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น

ควบคุมดูแลในระดับนโยบาย เพื่อให้ทางด่วนข้อมูลเป็นไปเพื่อกิจการสาธารณประโยชน์ และสร้างความเป็นธรรม

ในสังคม ภาคเอกชนควรมีบทบาทในการลงทุน และดำเนินการให้บริการบนทางด่วนข้อมูล ที่มีคุณภาพ และภาค

ประชาชน เป็นผู้ใช้บริการ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ บนทางด่วนข้อมูลซึ่งเปรียบเสมือน ชุมชนของตน

ประเด็นต่าง ๆ ที่จะนำมาคิดในการใช้ทางด่วนข้อมูล

ปัญหาทั้งสองนี้เป็นประเด็นสำคัญเมื่อเราจะนำทางด่วนข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในหลาย ๆ แขนง เช่น สาธารณสุข

ราชการ ธุรกิจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกัน และแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส ในขณะที่ส่วนที่เหลือต้อง

ใช้กลไกทางสังคม และการสร้างนิสัยในการใช้ที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้

เพราะจะมีผลในการกำหนดความเชื่อมต่อและการใช้งานร่วมกันของเครือข่ายข้อมูล

ผู้วิจัยได้ประเมินค่าใช้จ่ายในการวางเครือข่ายทางด่วนข้อมูลเพื่อการบริการอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การคำนวณ

ดังกล่าวยังมีจุดอ่อนที่ละเลยการคิดค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์การสื่อสาร การผลิตซอฟแวร์สำหรับใช้ในบริการ

การบำรุงรักษา และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดจากการสร้างและการประยุกต์ใช้ทางด่วนข้อมูล

วิจัยจะพิจารณาความเคลื่อนไหวของ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น โดยพิจารณาจากแผนที่ประกาศอย่าง

เป็นทางการเป็นหลัก การพิจารณาดังกล่าวมีข้อจำกัดอย่างน้อยสองประการคือ หนึ่ง ไม่ได้กล่าวถึงแผนประเภท

เดียวกันของประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เช่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ สอง ละเลยที่จะกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ

ภาคเอกชนในประเทศต่าง ๆ ทั้งที่ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ถึงความสำเร็จในการสร้างทาง

ด่วนข้อมูลเป็นอย่างมาก

ศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบในแง่มหภาคทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การจ้างงานซึ่งมัก

มีความคิดเห็นขัดแย้งกันว่า ทางด่วนข้อมูลจะสามารถสร้างงานใหม่ ๆ หรือจะก่อให้เกิดงานครั้งใหญ่

นี้จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง และลึกซึ้งมากที่สุดตั้งแต่มนุษย์รู้จักการใช้เงิน